วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

 Fact
ในปี 1904 กรณีที่เกิดขึ้น ตามสัญญา ระหว่างไทย กับ ฝรั่งเศส เป็นสนธิสัญญาฉบับหนึ่งที่ได้ตกลงกันไว้เกี่ยวกับการแบ่งเขตแดน ระหว่างไทย กับ กัมพูชา นั้น ให้ใช้หลักการแบ่งเขตแดน โดยใช้หลักเขตสันปันน้ำ โดยมีคณะกรรมการปักปันเขตแดน ที่ตั้งขึ้นตามสนธิสัญญา ๅตจภ สำรวจ บริเวณ และพื้นที่ใกล้เคียง ปราสาทพระวิหาร หลักจากสำรวจ ในขณะนั้นไทยไม่มีความสามารถที่จะร่างแผนที่ดังกล่าวได้ จึงส่งให้ฝรั่งเศสดำเนินการ ทำแผนที่ แต่ด้วยเนื่องจากบางพื้นที่ไม่สามารถ ไม่สามารถใช้หลักเขตสันปันน้ำได้
ประเด็นทางกฎหมาย 
กฎหมายที่เกี่ยวกับสนธสัญญาระหว่างประเทศ / กฎหมายปิดปาก
การเบี่ยงเบนการใช้หลักการแบ่งเขตสันปันน้ำ ให้ใช้วิธีอื่นที่มีความเหมาะสม
คำร้องขอของ กัมพูชา
1.ให้ ศาลพิพากษา/ชี้ขาดว่า แผนที่ได้ถูกทำขึ้น และพิมพิ์เผยแพร่ ในนามของคณะกรรมการ ปักปันเขตแดน ที่ตั้งขึ้นโดยสนธิสัญญา 13 กพ. 1904  ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
2.ให้ศาลพิพากษา/ชี้ขาดว่า เส้นเขตแดนระหว่างไทย กับ กัมพูชา ในเขตที่พิพาทกันในบริเวณปราสาทพระวิหารเป็นเส้นเขตแดนที่ลากไว้บนแผนที่ของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ผสม ให้เป็นไปตามแผนที่
3.ให้ ศาลพิพากษา/ชี้ขาดว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนถายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
4.ให้ศาลพิพากษา/ชีขาดว่า ราชอาณาจักรไทยมีพัณธกรณีที่ต้องถอน หน่วยทหาร ต่างๆ ที่ ส่งไปประจะ ณ บริเวณ ที่ สิ่ง หักพังของปราสาทพระวิหาร ภายในดินอดนของกัมพูชาตั้งแต่ คศ 1954
5.ให้ ศาลพิพากษา/ชี้ขาดว่า สิ่งปฏิมากรรม แผ่นศิลา ส่วนปรักหักพัง ซึ่งถูกโยกย้ายไปจากปราสาทพระวิหารโดยเจ้าหน้าที่ไทยตั้งแต่ ปี 1954 รัฐบาลไทยต้องส่งคืนแก่กัมพูชา

ICJ judgement 
1.ให้ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
2.ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องถอน กองกำลังติดอาวุธ ผู้ดูแล สถานที่นั้นออกจาก ตัวปราสาทพระวิหาร หรือ บริเวณใกล้เคียงที่ส่งไปประจ
3. ประเทศไทยต้อง คืน วัตถุโบราณ สิ่งปฏิมากรรม แผ่นศิลาต่างๆ ที่รัฐบาลไทยได้นำไปจากปราสาทพระวิหาร คืนแก่กัมพูชา

Request for interpretation
กัมพูชา ขอให้ศาล ตีความหมาย ปละขอบเขต ของคำพิพากษาเดิมให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามธรรมนูญศาลยุึติธรรม ข้อ 60ซึ่ง ประเทศที่เกิดข้อโต้แย้งระหว่างกันภายใต้สนธิสัญญา สามารถขอให้ศาลตีความหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นได้ และ ข้อ 98 ตามธรรมนูณศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

 
 
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น